การมองเห็นเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่สำคัญ ช่วยให้รับรู้ภาพผ่านการทำงานของตา และเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ประกอบด้วยการทำงานของส่วนต่าง ๆ ของดวงตาเพื่อรับภาพของวัตถุซึ่งถูกแปลงเป็นสัญญาณประสาท และส่งข้อมูลไปยังสมอง

บำรุงสายตาโดยไม่ใช้สายตาหนัก ทานอาหารอาหารบำรุงสายตา และรับการตรวจตาเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายต่อดวงตาโดยไม่ได้ตั้งใจ และโรคตาที่ทำให้ตาเสียก่อนวัยอันควรต่อสุขภาพตาและการมองเห็นที่ดี

วิสัยทัศน์เกิดขึ้นได้อย่างไร และดูแลสายตาอย่างไรดี

ตาและสายตา

การมองเห็นเกิดขึ้นเมื่อแสงตกกระทบวัตถุที่เรากำลังมอง แล้วสะท้อนกลับเข้าตา ผ่านกระจกตา (กระจกตา) เข้าสู่รูม่านตา (รูม่านตา) ซึ่งควบคุมปริมาณแสงที่เข้าตา รูม่านตาจะเปิดน้อยลงหากมีแสงมาก และเปิดมากขึ้นเมื่อมีแสงน้อย

จากนั้นแสงจะผ่านผลึกของดวงตา (เลนส์) ซึ่งผลึกและกระจกตามีหน้าที่หักเหแสงจากสิ่งที่เรากำลังมองหาเพื่อโฟกัสที่เรตินาซึ่งประกอบด้วยเซลล์รับแสง ใช้เพื่อแปลงแสงนี้เป็นสัญญาณประสาท และเส้นประสาทตาจะส่งสัญญาณประสาทไปยังสมองซึ่งประมวลผลการมองเห็น (visual cortex) และแปลงสัญญาณประสาทเป็นภาพ

เทคนิคการดูแลดวงตาช่วยการมองเห็น

การดูแลดวงตาจะช่วยให้การมองเห็นเป็นปกติ และช่วยให้ดวงตาของเรามีสุขภาพที่ดีได้ยาวนาน หมายถึงการช่วยรักษาสายตาเช่น

กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาของคุณ

กินกับโอเมก้า 3 (โอเมก้า-3), วิตามิน A, C และ E, เบต้าแคโรทีน, ลูทีน, ซีแซนทีน และสังกะสี มีส่วนช่วยในการมองเห็น และอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตาเช่น ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม และตาแห้ง

SEE ALSO  ยารักษาโรคเบาหวาน Metformin : Rama Square ช่วง DAILY EXPERT | สังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับยา metforminได้แม่นยำที่สุด

จากการศึกษาหนึ่งพบว่ากินด้วยวิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี ทองแดง และแคโรทีนอยด์ ช่วยชะลอความรุนแรงของการเสื่อมสภาพของเม็ดสีได้ประมาณ 25% วิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้พบได้ในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ไข่ นม ผักโขม คะน้า ผักกาดหอม แครอท อะโวคาโด แป้ง มะเขือเทศ ส้ม ถั่ว และซีเรียล

การออกกำลังกายปกติ

การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มสุขภาพโดยรวมของคุณ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการมองเห็น งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าการออกกำลังกายระดับความเข้มข้นปานกลางเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ต้อหินประมาณ 25%

นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยควบคุมน้ำหนักตัวและป้องกันตาเบาหวานในใครเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำลายผนังเส้นเลือดฝอยของเรตินา และอาจทำให้จอประสาทตาตกเลือดได้ หากมีอาการรุนแรง อาจสูญเสียการมองเห็น

ห้ามสูบบุหรี่

สารเคมีในบุหรี่สามารถทำลายเรตินา เลนส์ และจุดด่างของเรตินาได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อจอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก และตาแห้งควันบุหรี่ ทั้งจากการสูบบุหรี่เองและการสัมผัสกับควันบุหรี่จากคนรอบข้าง นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด นี้สามารถนำไปสู่โรคตา

SEE ALSO  อาการปัสสาวะไม่ออก ท้องอืด ปวดท้อง รักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้อง | เนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับปัสสาวะไม่ออกที่สมบูรณ์ที่สุด

ปรับพฤติกรรมปกป้องสายตา

การใช้ดวงตาอย่างหนักทุกวันอาจทำให้การมองเห็นบกพร่อง และนำไปสู่โรคตา เช่น ตาล้า ตาแห้ง และสายตาเอียง ดังนั้นควรปรับพฤติกรรมตาดังนี้

  • พักสายตาโดยใช้หลักการ 20-20-20 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพักสายตาทุกๆ 20 นาที และมองไกลๆ ประมาณ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนงานที่ใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมด วัน.
  • วางหน้าจอคอมพิวเตอร์พอดีกับขอบด้านบนของหน้าจอ เพื่อว่าเวลาทำงานตาจะหย่อนลงเล็กน้อย และเลือกเก้าอี้ที่มีความสูงเหมาะสม ให้เท้าทั้งสองราบกับพื้น
  • เมื่ออยู่กลางแจ้งในที่แสงจ้า ควรสวมแว่นตาป้องกันแสงแดดซึ่งสามารถป้องกันซึ่งกันและกันได้รังสียูวีA (UVA) และ UVB (UVB) 99% เนื่องจากรังสี UV สามารถทำลายดวงตาและเพิ่มความเสี่ยงของต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
  • เมื่อใช้สารเคมี ของมีคม กีฬา หรืองานก่อสร้าง ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตา เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุรอบดวงตา
  • ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์เมื่ออาบน้ำ ว่ายน้ำ และนอนหลับ ให้ล้างมือก่อนและหลังใส่คอนแทคเลนส์ และทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกวันด้วยน้ำยาคอนแทคเลนส์เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ตา
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะการแต่งตาอย่างอายไลเนอร์และมาสคาร่า ก่อนเข้านอน ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด และเปลี่ยนเมคอัพรอบดวงตาทุก 3 เดือน
SEE ALSO  ทางออกของการรักษาไซนัสอักเสบ โดยไม่กลับมาเป็นซ้ำ | ปรับปรุงใหม่ยารักษาไซนัสตามร้านขายยาเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การตรวจตาเป็นประจำ

ควรตรวจตาเป็นประจำทุกๆ 1-2 ปี โดยไม่รอให้มีอาการผิดปกติ เพราะโรคตาบางชนิดอาจไม่มีอาการในระยะแรก โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีที่อาจเริ่มต้นสายตายาว (สายตายาวตามอายุ) จอประสาทตาเสื่อมและคนที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคตา

การตรวจหาความผิดปกติของดวงตาและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิผล และช่วยรักษาสายตาและการมองเห็นที่ดีได้นานขึ้น

รักษาภาวะพื้นฐานตามที่แพทย์ของคุณกำหนด

ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อสุขภาพตาและการมองเห็น เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ควรดูแลสุขภาพและทานยาที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัดตามที่แพทย์กำหนด รวมทั้งไปพบแพทย์ตามวันนัด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตา เช่น เบาหวานขึ้นจอตา และโรคตาอื่นๆ

หากมีสิ่งผิดปกติในดวงตาและการมองเห็น เช่น เจ็บตา ตาไหม้ ตาบวม ตาพร่ามัว กะพริบแสง สิวหัวดำ หรือเส้นใยเป็นเหมือนเกลียวลอย ดวงตาของคุณไม่ทนต่อแสง เลือดออกในตา และปวดศีรษะ คุณควรปรึกษาจักษุแพทย์ อาจเป็นสัญญาณของโรคตาที่ต้องได้รับการตรวจสอบและรักษาอย่างเหมาะสม

#การมองเหนเกดขนอยางไร #และวธดแลสายตาอยางเหมาะสม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *