ข้าวฟ่างเป็นธัญพืชปราศจากกลูเตน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งถือว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รักษาโรคเบาหวาน ฯลฯ คนส่วนใหญ่ชอบทำอาหารคาวและหวานเช่นโจ๊กลูกเดือย ข้าวฟ่างเปียกและใบสลัด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นส่วนผสมในแป้งขนมปังต่างๆ

ข้าวฟ่างเป็นแหล่งที่ดีของสารอาหารที่สำคัญมากมาย เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสี เหล็ก วิตามินบี และใยอาหาร ข้าวฟ่างปรุงสุก 1 ถ้วย (174 กรัม) ให้ไฟเบอร์ 2 กรัม โปรตีน 6 กรัม และแมกนีเซียม 20 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการในแต่ละวันของคุณ พันธุ์หลักที่ปลูกและใช้กันทั่วโลก ได้แก่ ข้าวฟ่างไข่มุก ข้าวฟ่างกระรอกหรือข้าวฟ่างด็อกเทล ไม้กวาดข้าวฟ่าง และนกข้าวฟ่าง

SEE ALSO  หิวบ่อย แก้ยังไงไม่ให้เสี่ยงอ้วน ? | Drzen

ข้าวฟ่าง

ประโยชน์ของลูกเดือย

ข้าวฟ่างเต็มไปด้วยสารอาหารที่สำคัญมากมาย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกายไม่มากก็น้อย ดังนั้นงานวิจัยบางชิ้นจึงศึกษาประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ของลูกเดือย ดังนี้

สารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันและชะลอความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มะเร็ง เป็นต้น สารนี้มักพบในอาหาร ได้แก่ ผัก ผลไม้ พืช รวมทั้งลูกเดือย

จากการศึกษาพบว่าการเต้นรำของข้าวฟ่างไข่มุกมีคุณสมบัติต่อต้านริ้วรอยอนุมูลอิสระ เพราะมีแทนนิน กรดไฟติก และฟลาโวนอยด์ ซึ่งทั้งหมดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ การศึกษาอื่นระบุว่ารำข้าวฟ่างอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แต่งานวิจัยทั้งสองนี้เป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระของข้าวฟ่างในมนุษย์ยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้ในการรักษาหรือป้องกันโรคต่างๆ ได้

SEE ALSO  [คลิป 184] 5 สาเหตุปวดหลัง ไม่หายขาด เพราะท่านั่ง-ท่ายืนผิดๆ แม้ไม่ได้ยกของหนัก | เนื้อหาที่ปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับปวด หลัง นั่ง นาน ไม่ ได้

ลดระดับไตรกลีเซอไรด์

ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้น หรืออาจมาจากการรับประทานอาหารบางชนิด แต่ถ้าร่างกายมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงก็อาจเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยและกำลังเพิ่มขึ้น การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวฟ่างสามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้

ในการทดลองหนึ่ง หนูที่มีไขมันในเลือดสูงถูกเลี้ยงด้วยข้าวฟ่างและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พบว่าหลังรับประทานอาหาร การบริโภคข้าวฟ่างทั้งสองพันธุ์ส่งผลให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจึงสามารถลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ แต่งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติของข้าวฟ่างในสัตว์ทดลองเท่านั้น ดังนั้นจึงยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามนุษย์จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

รักษาเบาหวาน

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของร่างกายสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดอินซูลินหรือดื้อต่ออินซูลิน เป็นผลให้ร่างกายทำงานผิดปกติและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในดวงตา ไต ระบบประสาทส่วนปลาย หัวใจและหลอดเลือด หลายคนจึงให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมากขึ้น ข้าวฟ่างเป็นหนึ่งในธัญพืชที่ผู้คนนิยมบริโภคกันมากที่สุด คิดว่าจะช่วยรักษาหรือลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน เพราะเป็นธัญพืชที่มีแป้งต่ำและมีเส้นใยสูง

SEE ALSO  Gram Positive Cocci | ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับgram positive diplococci คือเพิ่งได้รับการอัปเดต

การศึกษาได้ดำเนินการในผู้ป่วยที่แพ้น้ำตาลกลูโคส ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานในอนาคต การรับประทานข้าวฟ่าง 50 กรัมต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยการบริโภคข้าวฟ่าง การกินลูกเดือยสามารถช่วยผู้ป่วยได้โรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น แต่การศึกษาเหล่านี้เป็นเพียงการศึกษาทดลองในระยะสั้นเท่านั้น จำเป็นต้องมีการวิจัยในระยะยาวเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและการศึกษาด้านความปลอดภัยหากจะใช้เป็นอาหารทางการแพทย์

ข้อควรระวังในการกินลูกเดือย

แม้แต่ข้าวฟ่างก็มีประโยชน์มากมาย แต่อาจส่งผลเสียต่อผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง โดยเฉพาะผู้ที่มีไทรอยด์ต่ำหรือภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ เนื่องจากข้าวฟ่างอาจมีสารที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ ผู้ป่วยเหล่านี้จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานข้าวฟ่างและระวังอาหารบางชนิดที่อาจมีข้าวฟ่าง

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการบริโภคข้าวฟ่างที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และสุขภาพร่างกาย และโรคอื่นๆ หากต้องการรับประทานปริมาณมากเพื่อรักษาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนบริโภคเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

#ขาวฟาง #พชจว #สรรพคณแจว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น