เด็กอาจเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเหมือนผู้ใหญ่ เด็กบางคนอาจประสบเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจตนเอง หรืออาจเป็นพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งทำให้เกิดความเครียดรุนแรงและมักส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว แต่ถ้ารักษาอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้เด็กเอาชนะความทรงจำแย่ๆ ได้

โรคเครียดหลังถูกทารุณกรรม หรือ PTSD (โรคเครียดหลังถูกทารุณกรรม) เป็นโรคเครียดหลังบาดแผล ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่สำหรับเด็กอาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ได้ เนื่องจากเด็กๆ มักจะคิดหรือฝันถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ เมื่อได้รับแจ้งจากสถานที่หรือสิ่งของที่เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์สะเทือนใจที่พวกเขาได้พบเจอ และไม่สามารถถ่ายทอดอาการหรือความรู้สึกของตนเองได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงอาจกลายเป็นความบอบช้ำที่ส่งผลต่อชีวิตเด็กในระยะยาวได้

สาวน้อยเอเชียอายุ 5 ขวบยืนอยู่คนเดียวที่

สาเหตุและอาการของเด็กหลังเหตุการณ์เลวร้าย

พล็อตเกิดจากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจในเด็ก ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญเสียความสมบูรณ์ทางร่างกายของเด็ก หรือบุคคลอื่นที่เด็กเห็นเหตุการณ์ทำให้เกิดความตื่นตระหนก ตื่นตระหนก สับสน และเด็กไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ได้แก่

  • อุบัติเหตุร้ายแรง
  • ล่วงละเมิดทางเพศ
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • สงครามหรือกบฏ
  • สูญเสียสมาชิกในครอบครัวอย่างกะทันหัน
SEE ALSO  ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายอย่างไร ? | Drzen

อาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความรุนแรงของเหตุการณ์ พัฒนาการของเด็ก ลักษณะของเด็กหรือปัญหาครอบครัวก่อนหน้านี้และสภาพสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ อาการมักจะเริ่มปรากฏขึ้นภายในหนึ่งเดือนหลังจากประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ แต่เด็กบางคนอาจเริ่มมีอาการหลังจากผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปี โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการเหล่านี้มักจะคงอยู่หลังจากผ่านไปหลายปี หรืออาจหายไปชั่วขณะหนึ่งและอาจเกิดขึ้นอีกเมื่อประสบกับสิ่งกระตุ้นที่เตือนคุณถึงเหตุการณ์ อาการที่พบบ่อยที่สุดของ PTSD ได้แก่:

  • ความวิตกกังวล ความโกรธ ความโกรธ ความรู้สึกผิด สิ้นหวัง ท้อแท้ ตำหนิตนเอง และกลัวการพลัดพรากจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล
  • เงียบ ขาดการตอบสนอง สับสน ขาดสมาธิ ความจำไม่ดี และบางครั้งลืมเหตุการณ์บางอย่างไป
  • มักมีความคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำและคิดว่าอาจเกิดขึ้นอีก ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
  • พฤติกรรมก้าวร้าว ตกใจง่าย หวาดระแวง พฤติกรรมถดถอย เช่น ดูดนิ้ว ไม่ยอมช่วยตัวเอง ฉี่รดที่นอน มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ มีปัญหาในการนอน กิน เรียน และประพฤติตัวที่โรงเรียน
  • นอกจากนี้ยังมีอาการทางร่างกาย เช่น ปวดหัวหรือปวดท้องเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
SEE ALSO  เมนูลดน้ำหนัก เคล็ดลับหุ่นสวยสุขภาพดี | Drzen

หากบุตรของท่านมีอาการหรือมีอาการแสดงความเครียดมากเกินไปเป็นเวลานานกว่า 4 สัปดาห์ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษา

วิธีดูแลลูกหลังเผชิญภัยร้าย

เด็กส่วนใหญ่ต้องการเวลาในการปรับตัวหลังจากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เด็กๆ จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจากพ่อแม่ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลลูกด้วยความรักและความเข้าใจ สามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้ดังนี้

  • พ่อแม่ต้องยอมรับว่าลูกมีสภาพไม่ดีหลังจากเกิดเหตุการณ์เลวร้าย เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสม อยู่นิ่งๆ หรือคิดว่าเป็นพฤติกรรมปกติอาจทำให้ลูกของคุณแย่ลงได้ หรือมีอาการระยะยาว
  • วางแผนกิจกรรมประจำวันตามปกติของบุตรหลาน เช่น การรับประทานอาหาร การเข้านอน และการไปโรงเรียน
  • ให้โอกาสเด็กได้เล่าเหตุการณ์ที่พวกเขาพบ และรับฟังอย่างเข้าใจ แต่พ่อแม่ไม่ควรบังคับหรือกดดันให้ลูกพูด หากเด็กไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่อง หรือบางคนวาดหรือระบายสีแทนการพูด
  • สอนลูกให้ปฏิเสธ เมื่อคนแปลกหน้าทำตัวน่าสงสัย ข่มขู่ หรือขู่เข็ญให้รู้สึกไม่สบายใจ
  • ทำให้เด็กเข้าใจชัดเจนว่าความกลัวหรือความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถฟื้นตัวได้หากรักษาอย่างถูกต้อง
  • ให้บุตรหลานของคุณทำกิจกรรมที่ช่วยคลายความเครียดและสร้างความบันเทิงให้กับพวกเขา เช่น วาดรูป เล่นเกมหรือเล่นกีฬา หรือให้พวกเขาทำกิจกรรมกลุ่มกับสมาชิกคนอื่นๆ ในชุมชน
  • พูดคุยและหาวิธีดูแลเด็กกับครู พี่เลี้ยง และคนอื่นๆ ที่ใกล้ชิดกับเด็ก สำหรับการสนับสนุนที่ครอบคลุม
  • หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกของคุณกำลังคิดที่จะทำร้ายคุณหรือฆ่าคุณ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที อาจเป็นภาวะที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้
SEE ALSO  ลางบอกเหตุ หากเจอกับตัวเอง จะมีลาภใหญ่!! | สรุปข้อมูลโดยละเอียดที่สุดเกี่ยวกับเข่า ขวา กระตุก

การไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้อาการของลูกดีขึ้นได้ ก้าวหน้าตามอายุและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเร็วขึ้น การรักษา PTSD อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอาการของเด็ก

ส่วนใหญ่มักใช้การบำบัดพฤติกรรมทางปัญญาร่วมกับยา มีพฤติกรรมผิดปกติที่กระทบต่อชีวิตประจำวันและแย่ลง หรือมีความเครียดรุนแรงและมีอาการผิดปกติอื่นๆ นานเกิน 1 เดือน ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที แท้จริงแล้วอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติทางจิตอื่นๆ เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือ การฆ่าตัวตาย

ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการดูแลและรับฟังปัญหาความเข้าใจของลูก ด้วยความร่วมมือของจิตแพทย์ โรงเรียน และคนในชุมชน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป การปรึกษาจิตแพทย์เป็นทางออกที่ดีในการช่วยให้เด็กและผู้ปกครองผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างเหมาะสม

#ดแลเดกหลงเจอเรองราย #ภาวะทางใจทพอแมตองรบมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น