เด็กเป็นวัยที่ชอบกินขนมเพื่อช่วยคลายความหิวระหว่างมื้อ และช่วยเพิ่มพลังงานระหว่างวันให้กับเด็กๆ อย่างไรก็ตาม ของขบเคี้ยวสำหรับเด็กในตลาดมักเป็นอาหารว่างที่ไม่จำเป็น นี้สามารถนำไปสู่น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ดังนั้นผู้ปกครองควรระมัดระวังในการเลือกขนมเพื่อสุขภาพสำหรับเด็ก

จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทยในปี 2560 พบว่าเด็กอายุ 6 ถึง 14 ปีกินขนมสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป ของขบเคี้ยวหลายชนิดมีแป้ง น้ำตาล โซเดียม และวัตถุเจือปนอาหารอื่นๆ ในปริมาณที่สูง ซึ่งให้พลังงานแก่เด็กมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับ และส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

บอกลาขนม เติมพลังด้วยขนมสำหรับเด็กที่มีประโยชน์

วิธีการเลือกขนมที่มีประโยชน์สำหรับเด็ก

ปริมาณน้ำตาลที่เด็กได้รับในแต่ละวันมากกว่าครึ่งมาจากของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้เป็นไขมัน และนำไปสู่โรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ของขบเคี้ยวยังมีโซเดียมจำนวนมาก นี้สามารถนำไปสู่ความดันโลหิตสูงในเด็ก และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ

การเลือกขนมสำหรับเด็กควรคำนึงถึงประเภทของขนมด้วย ปริมาณที่บริโภคและช่วงอายุที่ควรคำนึงถึงในการเลือกขนมสำหรับเด็ก ดังนี้

  • เด็กไม่ควรกินขนมแทนอาหารมื้อหลัก และเด็กควรทานอาหารว่างก่อนอาหารมื้อหลักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อไม่ให้รู้สึกอิ่มจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการให้ขนมกับเด็กเป็นรางวัล และควรกำหนดพื้นที่สำหรับรับประทานของว่าง เช่น ที่โต๊ะอาหารหรือในครัว หลีกเลี่ยงการให้ขนมเด็กขณะดูทีวีหรือเล่นคอมพิวเตอร์ สิ่งนี้สามารถสร้างนิสัยการกินมากเกินไปสำหรับเด็กโดยไม่รู้ตัว
  • ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงการกินขนมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจนชิน เพราะเด็กให้ความสนใจ เป็นแบบอย่างที่ดีช่วยให้เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นและลงมือทำ

อย่างไรก็ตาม ปริมาณพลังงานที่คุณได้รับจากการรับประทานของว่างที่แนะนำต่อวันนั้นแตกต่างกันไปตามอายุ เด็กก่อนวัยเรียนควรกินขนมไม่เกินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 100-150 แคลอรี และเด็กวัยเรียนควรกินไม่เกินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 200 แคลอรี

SEE ALSO  ท้อง 7 เดือน กับการเตรียมตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง | Drzen

4 ไอเดียเมนูขนมลูกมีประโยชน์

อาหารว่างหรือขนมมักมีวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารต่ำ ส่วนผสมหลักคือแป้ง น้ำตาล และเกลือ ดังนั้นจึงอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก ผู้ปกครองที่กำลังมองหาขนมเพื่อสุขภาพสำหรับลูกๆ สามารถเลือกทานแทนขนมที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้

โยเกิร์ต

โยเกิร์ตอุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียมซึ่งช่วยสร้างกระดูกที่แข็งแรง และประกอบด้วยโปรไบโอติก (probiotics) หรือจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหาร พบว่าการให้เด็กที่ติดเชื้อแบคทีเรีย H. Pylori เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนหรือดื่มน้ำ นี้สามารถนำไปสู่การติดเชื้อและแผลในกระเพาะอาหาร

ขณะรับประทานอาหารโยเกิร์ต อาจช่วยลดจำนวนแบคทีเรีย H.pylori และสมดุล bifidobacteria (Bifidobacterium) และ E. Coli (E. Coli)

การวิจัยพบว่าการบริโภคโยเกิร์ตช่วยลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคเบาหวานประเภท 2 การวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กและผู้ใหญ่ที่กินโยเกิร์ตได้รับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น โปรตีน แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินบี 12 และวิตามินดี มากกว่าผู้ที่ไม่รับประทาน

อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตไขมันต่ำที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์มักมีน้ำตาลเพื่อทดแทนไขมันที่สกัดออกมา รักษารสชาติและเนื้อสัมผัสของโยเกิร์ตให้ถูกใจผู้บริโภค เมื่อเลือกโยเกิร์ตให้ลูกควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมดาที่ไม่เติมน้ำตาล รับประทานกับผลไม้สด หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ หรือหั่นเป็นแท่ง นี้จะช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการมากยิ่งขึ้น

ถั่วประเภทต่างๆ

ถั่วเป็นเมล็ดพืชที่อุดมสมบูรณ์ไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ถั่วยังมีโปรตีน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ผลการวิจัยพบว่าการบริโภคถั่วต่างๆ เช่น อัลมอนด์ และถั่วพร้อมอาหาร วิธีนี้จะช่วยให้เด็กและวัยรุ่นได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าการกินขนมหรือของหวาน ซึ่งมีน้ำตาล โซเดียม และแคลอรีสูง

SEE ALSO  ข้อห้ามคนท้อง สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์ | Drzen

จากการศึกษาพบว่าการรับประทานอัลมอนด์เป็นอาหารว่าง ยังช่วยลดความอยากอาหารและไม่ทำให้คุณอ้วน นอกจากนี้ การรับประทานอัลมอนด์ยังช่วยควบคุมความดันโลหิตและลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้

วอลนัทอาจช่วยปรับปรุงการทำงานของสมอง การวิจัยพบว่าการกินถั่ววันละ 1-2 ออนซ์ หรือประมาณ 28 ถึง 56 กรัม อาจช่วยเพิ่มความจำและลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของถั่วกับการทำงานของสมองในเด็ก

อย่างไรก็ตามการเลือกกินถั่วนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณ เลือกถั่วอบที่ไม่ใส่เกลือหรือเครื่องปรุง และผู้ปกครองควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากบุตรของตนแพ้ถั่ว ตรวจสอบฉลากอาหารทั้งหมดก่อนส่งให้ลูกของคุณ หากพบว่ามีถั่วทุกชนิด เด็กไม่ควรรับประทาน

groats

ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารหลายชนิด กรดไขมันไม่อิ่มตัว โปรตีน แมงกานีส ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ เช่น ลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL) การลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

ผลการศึกษาพบว่า เด็กที่กินข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้ามีไฟเบอร์ แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินเอ และวิตามินอี มากกว่าเด็กที่ไม่ทานข้าวโอ๊ต อาหารเช้าและเด็กที่ทานอาหารเช้าอื่นๆ เช่น โดนัท แพนเค้ก และซีเรียลอาหารเช้า ฉัน

ข้าวโอ๊ตมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้ (เส้นใยที่ละลายน้ำได้) เช่น เบต้ากลูแคน เบต้ากลูแคนซึ่งได้รับการแสดงเพื่อช่วยป้องกันอาการท้องผูกที่พบบ่อยในเด็ก ปริมาณเส้นใยที่เด็กควรมีต่อวันคำนวณโดยอายุของเด็กบวก 5 ซึ่งแสดงเป็นกรัม ตัวอย่างเช่น ปริมาณไฟเบอร์ที่เด็กอายุ 5 ขวบควรบริโภคคือ 5 + 5 = 10 กรัมต่อวัน ผู้ปกครองสามารถให้ลูกข้าวโอ๊ตกับโยเกิร์ตหรือผลไม้หั่นบาง ๆ เพิ่มไฟเบอร์และวิตามิน หรืออาจใช้ข้าวโอ๊ตรีดเป็นขนมโปรดของเด็กๆ ตัวอย่างเช่น สามารถผสมกับกล้วยบดและผลไม้แห้งเพื่อทำคุกกี้เพื่อสุขภาพ

SEE ALSO  Finger food อาหารเพื่อพัฒนาการของลูกน้อย | Drzen

ผักกรอบ

ผู้ปกครองหลายคนอาจประสบปัญหากับลูกไม่ยอมกินผัก การใช้ผักทำขนมเด็กกรุบกรอบจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับผักโดยไม่ลังเล นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณของว่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพอื่นๆ ผู้ปกครองสามารถเลือกผักที่มีรสชาติเหมือนมันฝรั่งทอดกรอบจานโปรดของลูกได้แยมหรือจะเลือกผักอื่นๆ เช่น ฟักทอง ผักโขม หรือคะน้ามาผัดให้กรอบก็ได้ ให้ลูกกินแทนขนม

คะน้าเป็นผักใบเขียวที่มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เด็กที่รับประทานคะน้า 1 ถ้วยหรือประมาณ 65 กรัม จะได้รับวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินเคในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวันของร่างกายซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา บวกกับการศึกษาพบว่าการกินผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม หรือผักกาดหอม สามารถช่วยชะลอการทำงานของสมองและความจำ

มันเทศเนื้อส้มมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็ง ร่างกายยังสามารถแปลงเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอซึ่งช่วยรักษาสายตาที่ดี การรับประทานมันเทศปรุงสุก 125 กรัมจะช่วยให้ลูกของคุณมีวิตามินเอเพียงพอสำหรับความต้องการในแต่ละวัน มันเทศสีม่วงมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ป้องกันโรคหัวใจและเบาหวาน

ใช้ผักเหล่านี้ทำเมนูผักกรอบๆ โดยทำความสะอาด ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นเส้นบางๆ ใส่น้ำมัน แล้วปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย อบจนกรอบ ถือว่าเป็นเมนูขนมสำหรับเด็กที่เตรียมง่าย อร่อย และมีประโยชน์

การเลือกขนมสำหรับทารกที่ดีต่อสุขภาพและอุดมด้วยสารอาหารจะช่วยให้ลูกของคุณมีพลังงานและเสริมความต้องการทางโภชนาการในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรดูแลสุขภาพของลูกด้วยการให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจากอาหารทั้ง 5 หมู่ เพื่อช่วยลดความอยากขนมระหว่างมื้อ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับโภชนาการและสุขภาพของลูกคุณ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม

#บอกลาของขบเคยว #เตมพลงดวยขนมเดกทมประโยชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น