หลายคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับประโยชน์ของพรีไบโอติกในมุมมองเดียวกัน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าพรีไบโอติกก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากเช่นกันมีส่วนร่วมในการเจริญเติบโตและการทำงานของแบคทีเรียที่ดีในช่องปาก ปรับสมดุลของแบคทีเรียในช่องปากและอาจลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพช่องปาก

พรีไบโอติกคือใยอาหารที่ร่างกายเราไม่สามารถย่อยได้ แต่เป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ย่อยโดยโพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือแบคทีเรียชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พรีไบโอติกมักพบในผัก ผลไม้ หรือสมุนไพร เช่น กล้วย ผลไม้ตระกูลผลเบอร์รี่ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง หัวหอม และใบโมโรเฮยะ

ประโยชน์ของพรีไบโอติกเพื่อสุขภาพช่องปาก

พรีไบโอติกส์กับสุขภาพช่องปาก

หลายคนอาจไม่รู้ว่าในช่องปากของเรามีแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีอยู่ตามธรรมชาติ แบคทีเรียที่ดีจะทำงานกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยต่อสู้และป้องกันแบคทีเรียที่ไม่ดี

หากจำนวนแบคทีเรียที่ดีลดลงจากปัจจัยต่างๆ เช่น การไม่ดูแลเหงือกและฟัน ปากแห้ง หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเพิ่มจำนวนขึ้นจนเสียสมดุลในช่องปาก และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น กลิ่นปาก ฟันผุ คราบหินปูน โรคเหงือก หรือโรคปริทันต์

SEE ALSO  น้องโปรแกรม | โปรแกรมตามล่าคุณยายแกรนนี่ | Granny app | ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแก รม บวก แก รม ลบที่สมบูรณ์ที่สุด

เชื่อกันว่าพรีไบโอติกมีส่วนสำคัญต่อความสมดุลของช่องปาก เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับแบคทีเรียที่ดี จึงมีส่วนช่วยให้แบคทีเรียชนิดดีเจริญเติบโตและทำงานได้ดีขึ้น เมื่อแบคทีเรียชนิดดีเพิ่มจำนวนขึ้นจะช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในช่องปาก และอาจลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพช่องปาก

บทบาทของพรีไบโอติกในช่องปากยังต้องการการวิจัยระยะยาว เพิ่มความรู้เกี่ยวกับพรีไบโอติกในช่องปากและช่วยยืนยันประสิทธิภาพของพรีไบโอติกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

วิธีดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี

สุขภาพช่องปากที่ดีสามารถสร้างได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยช่องปากที่ดี เพียงเริ่มด้วยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน แปรงฟันอย่างน้อยครั้งละ 2 นาที แต่อย่าแปรงฟันแรงเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดปัญหากับเหงือกหรือฟันที่บอบบางได้ และควรใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดระหว่างซอกฟันมากขึ้น

SEE ALSO  พิการแขนขา เส้นประสาทชาอักเสบฉับพลัน แก้ได้ด้วยสิ่งนี้ - หมอใหม่ หมอสมอง | ยา แก้ ปวด ปลาย ประสาทข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่สมบูรณ์ที่สุด

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้และต้องใส่ใจในการเลือกซื้อก็คือยาสีฟัน ผู้ใช้ควรเลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ (ฟลูออไรด์) เนื่องจากจะช่วยป้องกันฟันผุและทำให้ฟันแข็งแรง ปริมาณฟลูออไรด์ที่แนะนำคือ 1,000 ถึง 1,500 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ปริมาณยาสีฟันที่ใช้ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ใช้ ดังนั้นควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์ก่อนเสมอ

นอกจากฟลูออไรด์แล้ว ยาสีฟันบางยี่ห้อยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากอีกด้วย เพื่อช่วยให้เราดูแลสุขภาพช่องปากของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น

  • สมุนไพรที่อุดมด้วยพรีไบโอติก เช่น สารสกัดจากใบโมโรเฮยะ ช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรีย โดยเพิ่มการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดดี หากเป็นยาสีฟันสมุนไพรชนิดเข้มข้น ควรใช้ในปริมาณน้อยหรือตามคำแนะนำบนฉลาก ซึ่งใช้เพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยทำความสะอาดช่องปากได้ บางสูตรยังคงกลิ่นสมุนไพรเข้มข้น และไม่รู้สึกเสียวซ่าในปากหลังการแปรงฟัน
  • เกลือที่มีความเข้มข้นสูง (เกลือไฮเปอร์โทนิก) สามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและคราบพลัคในปากได้ ลดปัญหากลิ่นปากและฟันผุ
  • สารกัดกร่อนมีคุณสมบัติในการช่วยขจัดคราบสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวฟัน มักพบในยาสีฟันไวท์เทนนิ่งซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าใช้เป็นไวท์เทนนิ่ง
SEE ALSO  ถุงน้ำในตับ laparoscopic treatment of large hepatic cyst | ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากที่สุดทั้งหมดเกี่ยวกับถุง น้ำ ใน ตับ

นอกจากนี้ในการเลือกยาสีฟันสูตรต่างๆ ควรอ่านส่วนผสมและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ และผ่านมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว แพ้สมุนไพร หรือสารบางชนิดที่อยู่ในยาสีฟัน

การรักษาสุขภาพปากยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของคุณด้วย ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไม่ดื่มสุรา เลิกบุหรี่ และตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

หากคุณพบสัญญาณของปัญหาสุขภาพในช่องปาก เช่น เลือดออกตามไรฟัน ฟันผุ กลิ่นปากเรื้อรัง เหงือกร่น แผลในปากที่ไม่ยอมหาย ปวดฟันหรือกระดูกกรามบวม ควรพบทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อ ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

#ประโยชนของพรไบโอตกตอสขภาพชองปาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *