ลิปสติกถือเป็นเครื่องสำอางที่ชื่นชอบของใครหลายคน เป็นไอเทมที่สาวๆ ควรมีติดกระเป๋าไว้เสมอ เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้ริมฝีปากดูมีเสน่ห์ตลอดเวลา แต่ลิปสติกที่ใช้ในปัจจุบันนี้ทำมาจากอะไร? ถ้าเผลอกลืนลงไปในท้องจะเป็นอันตรายหรือไม่? สามารถศึกษาได้จากข้อมูลต่อไปนี้

ลิปสติก 1789 ฿ (1)

ลิปสติกทำมาจากอะไร?

ลิปสติกส่วนใหญ่ทำมาจากแว็กซ์ น้ำมัน และเม็ดสี และส่วนประกอบแต่ละอย่างมีบทบาทที่แตกต่างกัน:

  • แว็กซ์หรือแว็กซ์ วิธีนี้จะทำให้ลิปสติกสามารถขึ้นรูปเป็นแท่งที่ต้องการได้ และช่วยให้เนื้อลิปเกลี่ยง่ายระหว่างทา
  • น้ำมัน อาจเป็นน้ำมันปิโตรเลียมหรือน้ำมันธรรมชาติ เช่น ลาโนลิน เนยโกโก้ โจโจ้บา หรือน้ำมันละหุ่ง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นลิปบาล์มที่เนียนนุ่ม
  • เม็ดสี มีหน้าที่ช่วยเพิ่มสีลิปสติก

นอกจากนี้การเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินลงในลิปสติกยังช่วยลดความหืนของส่วนผสมจากธรรมชาติ และผู้ผลิตสามารถเพิ่มส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ลิปสติกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น เช่น สารให้ความนุ่มนวลและบางเบา ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำและช่วยให้สีลิปสติกติดทนนาน หรือจะเติมไมกาหรือซิลิกาเพื่อช่วยให้ลิปสติกมีความมันวาวและฉ่ำ เป็นต้น

SEE ALSO  หน้าแก่ แก้ได้ หากเข้าใจสาเหตุของปัญหาผิว | Drzen

ปัจจุบันมีลิปสติกประเภทใดบ้างที่มีจำหน่าย?

  • ลิปสติกธรรมดา (ลิปสติก) ในอดีต ลิปสติกเป็นลิปสติกแบบด้านที่มีเม็ดสีจำนวนมาก แต่ทุกวันนี้ลิปสติกประเภทนี้มีให้เลือกมากมายหลายสีและหลายสไตล์ ทั้งเนื้อฉ่ำ เนื้อครีม บางเบา รวมไปถึงเนื้อแมตต์แบบดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมเสมอมา แต่ถ้าคุณเลือกใช้ลิปสติกประเภทนี้ คุณอาจจะต้องทาซ้ำบ่อยๆ และระมัดระวังในการรับประทานอาหารมากขึ้น เพราะสีของลิปสติกสามารถหลุดออกมาตามท่อดูดหรือแม้กระทั่งพื้นผิวของฟันได้
  • ลิปมัน เป็นชนิดที่มีความมันวาวสูง ผู้ผลิตบางรายอาจเพิ่มกลิตเตอร์หรือครีมกันแดดเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนน่าสนใจยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนปากแห้ง เพราะลิปกลอสจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่อาจต้องทาซ้ำบ่อยๆ และอาจรู้สึกมันเยิ้มรอบๆ ริมฝีปาก
  • ลิปบาล์ม มีทั้งแบบสีและแบบไม่มีสี สามารถใส่ครีมกันแดด วิตามินอี หรือเชียบัตเตอร์ได้ ให้ความชุ่มชื่นแก่ริมฝีปาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง
  • ลิปทินท์ มันค่อนข้างเหลวจึงมาในหลอดที่มีแปรงจุ่ม เป็นชนิดแห้งเร็วและใช้เวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้สีติดทนตลอดวัน แต่คุณต้องใช้น้ำยาล้างเครื่องสำอางจึงจะลบออกได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ริมฝีปากแห้งแตก
  • ลิปสติกติดทนนาน เป็นลิปสติกชนิดใหม่ที่ช่วยให้ริมฝีปากมีสีสันยาวนานขึ้น มาในรูปแบบของเหลวบรรจุในหลอดพร้อมแปรงจุ่ม เช่นเดียวกับคราบริมฝีปาก เมื่อทาแล้วลิปสติกจะอยู่บนริมฝีปากประมาณ 8-12 ชั่วโมงและต้องใช้น้ำยาล้างเครื่องสำอางเพื่อขจัดออก ที่ทำให้ปากแห้งต้องทาลิปกลอสทับอีกทีเพื่อให้ปากสวยไม่แตก
  • ดินสอเขียนขอบปาก ดูเหมือนแท่งเหมือนดินสอ ใช้สำหรับจัดแนวริมฝีปากเพื่อป้องกันไม่ให้ลิปสติกเลอะริมฝีปากหรือผิวบริเวณใกล้เคียง และสามารถทาให้ทั่วริมฝีปากก่อนทาลิปสติกอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สีลิปสติกซีดจางระหว่างมื้ออาหาร
SEE ALSO  ผิวไหม้แดด กับวิธีฟื้นฟูให้ผิวกลับมาสุขภาพดี | Drzen

กรณีกลืนลิปสติกเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ จะเป็นอันตรายหรือไม่?

เวลาทาลิปสติกก็ยังช่วยให้ริมฝีปากสวยมีสีสัน แต่ส่วนผสมของลิปสติกสามารถซ่อนโลหะหนักได้ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม อลูมิเนียม และโลหะที่เป็นพิษบางชนิด การใช้ลิปสติกในระดับปานกลางอาจทำให้ผู้บริโภคกลืนลิปสติกประมาณ 24 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับโครเมียมในปริมาณมาก โครเมียมสัมพันธ์กับอุบัติการณ์ของเนื้องอกในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ แมงกานีสในระดับสูงยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาทางระบบประสาทอีกด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาสมองของผู้บริโภควัยรุ่น และผู้บริโภคที่เป็นสตรีมีครรภ์ต้องระวังให้มากขึ้นเมื่อใช้ลิปสติก เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับทารกในครรภ์ได้

SEE ALSO  แพ้เหงื่อ ภัยสุขภาพที่ผิวหนังจากความร้อน | Drzen

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณโลหะที่พบในลิปสติกกับโลหะที่ปนเปื้อนในอาหาร พบว่าปริมาณโครเมียมในแต่ละวันของการบริโภคลิปสติกนั้นน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของอาหารจากโครเมียม และปริมาณแมงกานีสในอาหารนั้นสูงกว่าแมงกานีสที่ได้จากลิปสติกถึง 1,000 เท่า และเช่นเคย มีชุดพื้นผิวโลหะมาตรฐานที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ลิปสติก โดยให้เกณฑ์โดยที่ผู้บริโภคสามารถใช้ลิปสติกได้อย่างปลอดภัย

#ลปสตก #แตงรมฝปากสวย #แตแฝงดวยอนตรายจรงหรอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น