สารกันบูดคือวัตถุเจือปนอาหารที่ใช้ถนอมอาหารและยืดอายุการเก็บรักษา ซึ่งหากรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารกันบูดในปริมาณมาก ก็อาจทำให้ปวดหัว อาเจียน ท้องร่วงหรือเป็นลมได้ ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกอาหารแปรรูป เพราะอาจมีสารกันบูดเพิ่มในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

1554 ภัณฑารักษ์ปรับขนาด

สารกันบูดคืออะไร?

สารกันบูดคือสารเคมีที่เติมลงในอาหาร ฉีดพ่น หรือติดบริเวณผิวของอาหารหรือภาชนะบรรจุอาหาร เพื่อรักษาคุณภาพอาหารจากการเสื่อมสภาพหรือการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น สี และรสชาติ เช่น เพื่อป้องกันไม่ให้ผลไม้ที่หั่นแล้วกลายเป็นสีดำ หรือป้องกันไขมันและน้ำมันในอาหารไม่ให้มีกลิ่นเหม็นหืน เป็นต้น สารกันบูดทำงานโดยการทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเสีย เช่น รา ยีสต์ หรือแบคทีเรีย

ตัวอย่างสารกันบูดที่ใช้

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดการใช้สารกันบูดในอาหารอย่างเคร่งครัด สารกันบูดที่อนุญาต ได้แก่ :

กรดอ่อนและเกลือของกรดอ่อน ใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพราะมีฤทธิ์เป็นพิษน้อยกว่าและละลายได้ดี อนุญาตให้เติมอาหารหลายชนิด เช่น ขนมอบ แยม เยลลี่ ผลไม้ดอง น้ำหวานและน้ำอัดลม เป็นต้น สารกันบูดที่เป็นกรดอ่อนๆ และเกลือที่เป็นกรดอ่อนๆ ได้เปรียบ ที่มีความเป็นพิษต่ำ เมื่อบริโภคเข้าไปจะกลายเป็นสารที่ไม่เป็นพิษอื่นๆ และสามารถขับออกจากร่างกายได้

กลุ่มซัลไฟต์และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ประสิทธิภาพสูงคล้ายกับสารกันบูดกลุ่มแรก อนุญาตให้ใช้ในไวน์ เครื่องดื่ม น้ำตาล วุ้นเส้น วุ้นเส้น วุ้นเส้น ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ที่ตากแห้งและเก็บรักษาไว้ สารกันบูดซัลไฟต์และซัลเฟอร์ไดออกไซด์มีข้อดีคือสามารถขับออกจากร่างกายได้ แต่ถ้าได้รับสารเหล่านี้ในปริมาณมาก สารกลุ่มนี้จะลดการใช้โปรตีนและไขมันในร่างกาย และทำลายสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินบี 1 และวิตามินบี 1 เป็นต้น

SEE ALSO  จิ๊จ๊ะ - Silly Fools【OFFICIAL MV】 | จิเนื้อหาที่เกี่ยวข้องที่แม่นยำที่สุด

ไนเตรทและกลุ่มไนไตรท์ เป็นตัวกำหนดสี หรืออย่างที่หลายคนรู้จักดินประสิว อนุญาตเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อหมักกระป๋องเท่านั้น และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น แฮม ไส้กรอก ไส้กรอกเวียดนาม กุนเชียง และเบคอน เป็นต้น ซึ่งหากใช้ร่วมกับสารกันบูด ไนเตรต และไนไตรต์ในปริมาณไม่เกินค่าที่กำหนด ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่และเด็กที่ปกติขับออกจากร่างกาย แต่อาจเป็นอันตรายต่อทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากร่างกายของทารกอาจไม่สามารถขับสารเหล่านี้ออกจากร่างกายได้

กลุ่มอื่นๆ เช่น พาราเบนที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งหรือทำลายเชื้อรา ยีสต์และแบคทีเรีย หรือยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพในการทำลายหรือยับยั้งจุลินทรีย์ เป็นต้น

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายังระบุด้วยว่า 50% ของอาหารทั้งหมดที่มีจำหน่ายในตลาดเป็นอาหารสด แห้ง หรือบรรจุกระป๋อง บางทีเขาอาจผ่านกระบวนการป้องกันหรือชะลอความเสื่อม อาหารที่มักมีสารกันบูดเพื่อยืดอายุการบริโภค ได้แก่ ผักดอง ผลไม้ น้ำพริกแกง และเครื่องดื่มบางชนิด ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่บางชนิด ผลิตภัณฑ์แป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน หรือวุ้นเส้น และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก หรือไส้กรอกหมู เป็นต้น ดังนั้นผู้บริโภคควรซื้อและบริโภคอาหารแต่ละประเภทด้วยความระมัดระวัง

SEE ALSO  8.5 การทำงานของระบบประสาทรอบนอก | เนื้อหาระบบประสาทมีกี่ส่วนที่แม่นยำที่สุด

สารกันบูดเป็นอันตรายหรือไม่?

แม้ว่าผู้บริโภคจะมั่นใจได้ว่าสารกันบูดแต่ละชนิดที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทยมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง เนื่องจากสารเหล่านี้ผ่านการทดสอบทางพิษวิทยาแล้ว และผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตอาหารแปรรูปบางรายอาจใช้สารกันบูดในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมกับประเภทของอาหารตามต้องการจนอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่โดนสารกันบูดทำร้ายได้ เพราะถึงแม้ร่างกายจะมีกลไกในการล้างสารกันบูดออกทางปัสสาวะนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารที่มีสารกันบูดเป็นประจำจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับออกได้ทันเวลา จนกลายเป็นสารพิษสะสมที่ก่อให้เกิดโรคได้

อาการของโรคที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสารกันบูดในปริมาณมาก ได้แก่

  • อาการวิงเวียนศีรษะหรือปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • การระคายเคืองของระบบทางเดินอาหาร
  • ท้องเสีย
  • โรคที่เกิดจากอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษ
  • กลไกการดูดซึมหรือการใช้สารอาหารในร่างกายเปลี่ยนไป
  • มีปัญหาตับและไต
  • methemoglobinemia อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หายใจลำบาก ตัวเขียว เป็นลม และหมดสติ ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กมาก หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคโลหิตจางหรือผู้ที่เป็นโรคเลือด
SEE ALSO  ข่าวอรุณอมรินทร์ : มหัศจรรย์! คุณตาเมืองช้างรักษาโรคกระดูกด้วยน้ำมันงา เสียเงินแค่ 12 บาท (260162) | ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรักษา กระดูก หักที่มีรายละเอียดมากที่สุด

ส่วนการกินอาหารที่มีสารกันบูดปริมาณน้อยแต่บริโภคเป็นเวลานานๆ อาจก่อให้เกิดการสะสมของสารพิษในร่างกายเรื้อรังได้ สารบางชนิดสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้

นอกจากนี้ หากเด็กได้รับสารกันบูดเป็นเวลานาน ก็อาจนำไปสู่ภาวะเกินได้ เนื่องจากการศึกษาหนึ่งแบ่งเด็ก 277 คนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งดื่มน้ำผลไม้ที่มีสารกันบูด 45 มิลลิกรัม และอีกกลุ่มหนึ่งดื่มน้ำผลไม้ที่ไม่มีสารกันบูด พวกเขาได้รับน้ำปริมาณเท่ากันวันละครั้งเป็นเวลา 3 เดือน หลังการทดลองพบว่า เด็กที่ดื่มน้ำผลไม้กลุ่มนี้มีความซุกซนมากกว่ากลุ่มน้ำผลไม้ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ การวิจัยดังกล่าวยังมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นอาจต้องการผลการค้นหาเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อสรุปว่าสารกันบูดมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กจริงๆ

วิธีหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีสารกันบูด

เพื่อป้องกันการสะสมของสารกันบูดในร่างกายในปริมาณมากจนก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารกันบูดด้วยวิธีต่อไปนี้:

  • กินอาหารที่สดและไม่แปรรูป หรือเลือกซื้ออาหารสดมาทำกินเองได้
  • ซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีฉลากบรรจุภัณฑ์ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน เช่น สถานที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายอาหารและหมายเลขผลิตภัณฑ์ของ FDA เป็นต้น
  • เลือกผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิก โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านการรับรองว่าไม่มีสารกันบูด หรือซื้ออาหารที่ใช้สารกันบูดที่ไม่เป็นอันตราย
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ และกินอาหารที่หลากหลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของสารพิษในร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการซื้อเนื้อสัตว์ที่มีสีสดใสเกินไป เพราะสามารถปนเปื้อนด้วยสีย้อมที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้

#สารกนบด #อนตรายจรงหรอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น