การรับบทบาทใหม่ของการเป็นแม่อาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ครั้งแรก ในขณะเดียวกันคุณแม่มักต้องเผชิญกับการแพ้ท้อง (Morning Sickness) การเตรียมตัวที่ดีสำหรับการแพ้ท้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่มีเวลาพักผ่อนเพียงพอและไม่เครียด

อาการแพ้ท้องแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยปกติแล้วคุณจะรู้สึกไม่สบายแม้ว่าคุณจะไม่ได้ป่วยก็ตาม อาการวิงเวียนศีรษะ เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร ท้องอืด คลื่นไส้และอาเจียน มารดาส่วนใหญ่มีอาการแพ้ท้องในช่วงสัปดาห์ที่หกของการตั้งครรภ์ แต่บางคนอาจมีอาการแพ้ท้องเร็วขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 4 ของการตั้งครรภ์

แพ้ท้อง

ทำไมฉันถึงแพ้ท้อง?

สาเหตุของการแพ้ท้องยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนรกและฮอร์โมนที่ทารกผลิตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น (เอสโตรเจน) ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) และฮอร์โมน human chorionic gonadotropin (HCG)

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้คุณแม่มีอาการแพ้ท้อง เช่น ความเครียด มีความไวต่อกลิ่น โรคประจำตัวไมเกรนและการเมารถ กินยาคุมกำเนิดก่อนตั้งครรภ์ หรือตั้งครรภ์แฝดหรือแฝดสาม สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการแพ้ท้องได้

SEE ALSO  การอาชีพนครปฐม(ศูนย์ไร่ขิง) คณะ เพชรเกษมอ้อมใหญ่ สาย8138 | ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ ไร่ ขิงที่สมบูรณ์ที่สุด

แม้ว่าการแพ้ท้องอาจเป็นอาการที่คุณแม่หลายคนไม่อยากรับมือ แต่แพทย์เชื่อว่าการแพ้ท้องเล็กน้อยเป็นสัญญาณที่ดีของการตั้งครรภ์ เพราะฮอร์โมนหลายชนิดได้รับการพัฒนาและสร้างขึ้น โดยเฉพาะฮอร์โมน HCG ซึ่งเชื่อกันว่ามีส่วนทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง

7 วิธีบรรเทาอาการแพ้ท้อง

คุณแม่มือใหม่ไม่ต้องตกใจ เพราะอาการแพ้ท้องอาจจะดีขึ้นหลังจากมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก หรือประมาณสัปดาห์ที่ 12-14 อย่างไรก็ตาม อาการแพ้ท้องอาจเกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร แต่พบไม่บ่อยนัก ในขั้นต้นคุณแม่สามารถบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ด้วยคำแนะนำดังนี้

1. กินน้อยลงแต่บ่อยขึ้น

การงดเว้นจากการอดอาหารจะทำให้การแพ้ท้องของคุณแย่ลง อาหารแต่ละมื้อควรบริโภคในปริมาณที่น้อย แต่กินบ่อยขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด หรือสามารถทานอาหารที่ย่อยง่ายและอาหารเพื่อสุขภาพในระหว่างวันได้

2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน ของทอด และรสเผ็ด

SEE ALSO  เรื่องน่ารู้กับน้าเล็ก#: เคยเห็นรึป่าว? ใส่เฝือกที่นิ้วมือด้วยวิธีนี้ | ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากที่สุดทั้งหมดเกี่ยวกับนิ้ว หัก เข้าเฝือก

อาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารรสเผ็ดและกรดสูงสามารถกระตุ้นระบบย่อยอาหารบกพร่องได้ และบรรเทาอาการอยากอาเจียนควรเปลี่ยนไปรับประทานอาหารอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามิน B6 ซึ่งช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง

3. กินเย็นดีกว่าร้อน

การรับประทานอาหารที่อุณหภูมิห้องหรืออาหารเย็นง่ายกว่าอาหารร้อนที่ปรุงสดใหม่ อันที่จริง กลิ่นของอาหารร้อนจะทำให้อาเจียนได้ง่าย

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้อาการแพ้ท้องแย่ลงได้ เช่น วิงเวียน เหนื่อยง่ายและทำให้อาเจียนได้ง่ายขึ้น ควรเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หากรู้สึกวิงเวียนในระหว่างวัน การเอนหลังและงีบหลับจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

5.หลีกเลี่ยงสิ่งเร้า

อาการแพ้ท้องจะแย่ลงเมื่อได้รับการกระตุ้น เนื่องจากสตรีมีครรภ์ไวต่อกลิ่น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือสภาพแวดล้อมที่มีแนวโน้มจะคลื่นไส้และอาเจียน หรืออาจจะสร้างบรรยากาศในบ้านด้วยกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยwww.pobpad.com/essential oil-และการใช้งานเนื่องจาก

6. รักษาความสด

หากิจกรรมสนุก ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการแพ้ท้อง เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นเกม ปลูกต้นไม้ คุณจะได้ไม่จมอยู่กับความรู้สึกแพ้ท้องที่แย่ลงไปอีก

SEE ALSO  เข่าอ่อน - แต้ ศิลา Tae Sila [Official Audio] | เข่าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่สมบูรณ์ที่สุด

7. อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

ดื่มน้ำให้เพียงพอโดยดื่มน้ำบ่อยๆระหว่างวันเพื่อป้องกันการคายน้ำและเกลือแร่ หรือการจิบน้ำขิงอุ่นๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ และอาเจียนได้ดีมาก หากการอาเจียนทำให้คุณไม่สามารถกินอะไรได้ มองหาทางเลือกที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เช่น เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ลูกอม ไอศกรีม น้ำผลไม้ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณรับมือกับการแพ้ท้องได้ดีขึ้นและผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ ถ้ามีแพ้ท้องอย่างรุนแรง เช่น คลื่นไส้และอาเจียนบ่อยหรือรุนแรง ปวดศีรษะ มีไข้ กลัวการกิน ปัสสาวะเบาหรือหมองคล้ำ หรือน้ำหนักลด คุณแม่ควรไปพบแพทย์

#อาการแพทองขณะตงครรภ #คณแมมอใหมรบมออยางไรด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น