อาหารที่อุดมด้วยฟอสฟอรัสเป็นอาหารที่ทุกคนควรรู้ เพราะฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน เป็นส่วนประกอบของสารพันธุกรรม ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกระดูกและฟัน เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดเก็บหรือใช้พลังงานของร่างกายและการแบ่งตัวของเซลล์

ยังขาดฟอสฟอรัสนอกจากนี้ยังสามารถทำให้ระดับฟอสเฟตในเลือดต่ำได้ (hypophosphatemia) และสามารถนำไปสู่โรคต่างๆ เช่น โรคโลหิตจาง โรคข้อเข่าเสื่อม (osteomalacia) อาการเบื่ออาหาร (อาการเบื่ออาหาร)

อาหารอะไรที่มีฟอสฟอรัสสูงและกินเท่าไหร่?

ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะมีฟอสฟอรัสเพียงพอ แต่มีบางสิ่งที่หลายคนควรรู้ก่อนรับประทานอาหารนี้ จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงควรกินมากแค่ไหน

แม้ว่าฟอสฟอรัสจะเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากได้รับปริมาณฟอสฟอรัสมากเกินไปก็จะสูงเกินไป อาจส่งผลเสียต่อไต กระดูก หัวใจ และหลอดเลือด ระดับฟอสฟอรัสที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสุขภาพของไตของแต่ละคน เพราะไตมีหน้าที่ขับฟอสฟอรัสส่วนเกินออกจากร่างกาย

สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงปกติและสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ปริมาณฟอสฟอรัสที่เหมาะสมคือประมาณ 700 มก./วัน ทารกและเด็ก สามารถบริโภคในปริมาณตามกลุ่มอายุดังต่อไปนี้

  • ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนได้รับนมแม่
  • ทารก 6 ถึง 11 เดือน: 275 มก./วัน
  • เด็กอายุ 1 ถึง 8 ปี: 460 ถึง 500 มก./วัน รับประทาน
  • เด็กอายุ 9 ถึง 18 ปี: 1,000 มก./วัน
SEE ALSO  มาร์ชโรงพยาบาลมุกดาหาร | เนื้อหาโรงพยาบาลมุกดาหารล่าสุด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเช่นผู้ป่วยโรคไตโรคหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรัง ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดโดยเฉพาะยาลดกรดและยาระบาย หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการขับฟอสฟอรัสออกจากร่างกาย ถามแพทย์ของคุณก่อนเกี่ยวกับการบริโภคฟอสฟอรัสที่เหมาะสม เนื่องจากผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรับประทานฟอสฟอรัสได้ง่าย

อาหารที่อุดมด้วยฟอสฟอรัส หาได้จากไหน?

ก่อนจะรู้จักอาหารที่อุดมด้วยฟอสฟอรัส ก่อนอื่น ให้เข้าใจว่ามีฟอสฟอรัสอยู่ในอาหารหลายชนิด ทั้งสัตว์และพืช แต่มีฟอสฟอรัสอยู่ในเมล็ดพืชทั้งเมล็ด (โฮลเกรน) เหมือนข้าวสาลีหรือgroats มักอยู่ในรูปแบบของกรดไฟติก (phytic acid) ซึ่งเป็นรูปแบบของฟอสฟอรัสที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้

หรือถ้าอยากกินโฮลเกรนจะได้ฟอสฟอรัส ธัญพืชอาจต้องแช่หรือหมักไว้ล่วงหน้าเพื่อให้กรดไฟติกบางส่วนถูกย่อยและดูดซึม

ต่อไปนี้คือตัวอย่างอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงที่หาได้ง่าย:

อาหารทะเล

อาหารทะเลโดยเฉพาะหอย แซลมอน และปูเป็นแหล่งฟอสฟอรัสที่ดี แต่ปริมาณฟอสฟอรัสอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร ตัวอย่างเช่น ใน 100 กรัมเดียวกัน หอยให้ฟอสฟอรัสประมาณ 198 มิลลิกรัม ปลาแซลมอนประมาณ 261 มิลลิกรัม และปู 232 มิลลิกรัม

แถมอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล แถมยังมีสารอาหารที่ดีอีกด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อหัวใจและสมอง

SEE ALSO  แกงจืดดอกไม้จีน | ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับดอกไม้จีน

อย่างไรก็ตาม อาหารทะเลบางชนิด เหมือนทูน่าหรืออินทรี อาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนปรอท ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซื้ออาหารทะเลจากแหล่งที่สะอาดและเชื่อถือได้เท่านั้น

นมและผลิตภัณฑ์จากนม

น้ำนมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส โยเกิร์ต ถือเป็นอาหารที่หลายคนน่าจะทานได้ง่าย ปริมาณฟอสฟอรัสแตกต่างกันไป เช่น นม 1 แก้ว หรือประมาณ 244 มล. จะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 246 มก. ฟอสฟอรัส 1 ถ้วยหรือประมาณ 245 กรัม จะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 252 มก. และชีส 1 ชิ้น หรือ ประมาณ 21 กรัม จะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 161 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ อาหารนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆ เช่น แคลเซียม วิตามินดี วิตามินเอ โพแทสเซียม แต่ปริมาณอาจแตกต่างกันไปตามสูตรหรือยี่ห้อ

หมูและไก่

เนื้อหมูและไก่มีอยู่ในหลายจาน โดยเทียบเท่ากับเนื้อหมู 100 กรัม ให้ฟอสฟอรัสประมาณ 175 มิลลิกรัม และไก่ประมาณ 178 มิลลิกรัม โดยเฉพาะการต้ม

SEE ALSO  งานเกษียณอายุราชการ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ปี 2564 | ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานีที่สมบูรณ์ที่สุด

นอกจากฟอสฟอรัส หมูและไก่ยังให้สารอาหารอื่นๆ ที่ดีต่อร่างกาย เช่น โปรตีน วิตามินบี สังกะสี ธาตุเหล็ก ซีลีเนียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม

ในเรื่องนี้จานเนื้อมักจะไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันที่อาจส่งผลให้คอเลสเตอรอลตัวร้ายเพิ่มขึ้น (low-density lipoprotein (LDL)) ในร่างกาย และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองค่ะ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี หากคุณต้องการทานอาหารประเภทนี้ ให้เลือกเนื้อไม่ติดมันหรือไขมันต่ำแทน

ไข่

ไข่อาจเป็นหนึ่งในอาหารที่หลายคนมักจะซื้อที่บ้าน ไข่ขนาดใหญ่ 1 ฟองมีฟอสฟอรัสประมาณ 92.6 มิลลิกรัม พร้อมด้วยสารอาหารอื่นๆ มากมาย ได้แก่:โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี โฟเลตและซีลีเนียม

ฟอสฟอรัสยังพบได้ในอาหารจากพืช เช่น พืชตระกูลถั่ว หรือธัญพืชเต็มเมล็ดซึ่งถึงแม้จะให้ฟอสฟอรัสในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ยาก แต่อาหารประเภทนี้ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอีกมากมาย เช่น ไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ

ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ จึงควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับประทานในรูปแบบของอาหาร การเสริมฟอสฟอรัสก็สามารถช่วยได้เช่นกัน แต่ก่อนรับประทานอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิด เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย

#อาหารทมฟอสฟอรสสง #มอะไรบาง #รบประทานเทาไรถงพอด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น