การล้างหน้าเป็นขั้นตอนพื้นฐานสำคัญในการดูแลผิวหน้า เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเมคอัพแล้ว แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพและความแข็งแรงของผิวหน้าอีกด้วย หากคุณข้ามขั้นตอนนี้ อาจทำให้เกิดปัญหาผิวบนใบหน้าได้

ผิวหน้าบอบบางกว่าส่วนอื่นๆ การซักที่ไม่เหมาะสมหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสมสามารถทำลายผิวของคุณได้ในเวลาเดียวกัน ในระยะยาว การล้างหน้าผิดวิธีอาจทำให้เกิดปัญหาผิวได้ ไม่ว่าจะเป็นผิวแพ้ง่าย ผิวแพ้ง่าย สิว ริ้วรอย หรือแม้แต่โรคผิวหนัง ในบทความนี้เราได้รวบรวมขั้นตอนการล้างหน้าที่ถูกต้องเพื่อลดและป้องกันปัญหาผิว

ล้างหน้าของคุณ

เคล็ดลับการล้างหน้าเพื่อสุขภาพผิวที่ดี

รากฐานสำหรับผิวหน้าที่แข็งแรงนั้นสามารถมาจากการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและเหมาะสม ดังนี้

1. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับผิวของคุณ

แต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือผิวแพ้ง่าย คุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิวของคุณ

  • ผิวมัน โดยทั่วไป ผู้ที่มีผิวมันมักจะเลือกโฟมที่แรงเพื่อช่วยขจัดน้ำมันออกจากใบหน้า แต่ความจริงก็คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแรงเกินไปอาจทำให้ใบหน้าแห้งและทำให้ใบหน้าไม่สมดุล และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตซีบัมมากขึ้น ส่งผลให้ใบหน้ามีความมันมากกว่าเดิม ดังนั้น ผู้ที่มีผิวมันจึงควรเลือกโฟมที่ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกแต่ไม่แรงจนเกินไป
  • ผิวแห้ง ผู้ที่มีผิวแห้งควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก แต่ไม่ทิ้งความรู้สึกแห้งกร้านหลังล้างหน้า วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวของคุณแห้งแตกหรือลอกเป็นขุย คุณยังสามารถเลือกน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น
  • ผิวผสม: ผู้ที่มีผิวผสมมักจะมีผิวมันและผิวแห้ง ตำแหน่งของผิวแห้งและผิวมันแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล คนในกลุ่มนี้อาจต้องการผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งผิวแห้งและผิวมัน
  • ผิวแพ้ง่าย ผิวแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรระวังผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม สี สารเคมี หรือส่วนผสมอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ อาจมีผื่นแดงคันหรือระคายเคือง
SEE ALSO  เมษา กิตติมา ประวัติเจ้าสาวคนสวยของ นิว ชัยพล ดีกรีทายาทนักธุรกิจหมื่นล้าน | Drzen

คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นน้ำ โฟม เจล หรือสบู่เหลว เพราะสบู่ก้อนมักจะมี pH ที่ไม่เหมาะกับใบหน้า จึงทำให้ผิวแห้งได้

2. ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด

เครื่องสำอางมีสารเคมีที่อาจรบกวนผิวหนังได้ ไม่ว่าจะเป็นสี น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหนาและคุณสมบัติกันน้ำเพื่อให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น การล้างเครื่องสำอางด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะถ้าปล่อยไว้ไม่สะอาดก็จะอุดตันรูขุมขนและสิวอาจตามมาได้ ดังนั้นหากคุณแต่งหน้าเป็นประจำ อย่าลืมใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์ก่อนเพื่อล้างเครื่องสำอางออกให้หมด จากนั้นล้างหน้าตามปกติ เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันและระคายเคืองต่อผิวหนัง

SEE ALSO  เคล็ดลับเลือกครีมอาบน้ำเพื่อผิวสวยสุขภาพดี | Drzen

3. ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีคุณภาพ

ปัจจุบัน อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวหน้ามักใช้สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก แต่เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ผลิตจากวัสดุที่ไม่ทำร้ายผิว สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อุปกรณ์เหล่านี้เสมอ นอกจากนี้ ควรเลือกใช้อุปกรณ์ทั่วไป เช่น แผ่นสำลีเช็ดเครื่องสำอาง พื้นผิวไม่หยาบกร้าน เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว

4. ห้ามใช้น้ำร้อนล้างหน้า

การใช้น้ำอุณหภูมิสูงในการล้างหน้าสามารถช่วยให้ผิวผ่อนคลายได้ หลายคนเชื่อว่าน้ำร้อนหรือน้ำร้อนมากจะช่วยเปิดรูขุมขนและลดการอุดตัน แต่ในความเป็นจริง น้ำร้อนเกินไปจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องผิว ทำให้ผิวสูญเสียความสมดุล อาจทำให้ผิวแห้ง ลอก ผอมบาง หรือผิวไหม้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้ที่มีผิวแห้ง ดังนั้นควรใช้น้ำอุ่นในอุณหภูมิที่เหมาะสมในการล้างหน้าเท่านั้น

5. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี

หลายคนเริ่มล้างหน้าได้ด้วยการบีบโฟมลงบนฝ่ามือแล้วถูบนมือจนเกิดฟอง จากนั้นทาให้ทั่วใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะขั้นตอนที่ถูกต้องคือการชโลมใบหน้าด้วยน้ำเปล่าก่อน จากนั้นบีบโฟมหรือเจลล้างหน้าลงบนฝ่ามือแล้วถูผลิตภัณฑ์ให้ละลายกับน้ำ จากนั้นนวดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าและใบหน้าเป็นเวลา 15-20 วินาที เพื่อให้น้ำและสารทำความสะอาดตกค้าง ขจัดคราบไขมันและคราบสกปรก คราบเครื่องสำอางตกค้างสามารถขจัดออกได้ง่าย แล้วล้างออกด้วยน้ำเป็นขั้นตอนสุดท้าย

6. อย่าให้น้ำบนพื้นผิวแห้งเอง

หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดแล้ว ใบหน้าที่เปียกไม่ควรแห้งไปเอง เนื่องจากหยดน้ำบนผิวหนังสามารถระเหยไปในอากาศได้ในขณะที่ดูดน้ำออกจากผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งกว่าปกติ ให้ใช้ผ้าขนหนูหรือทิชชู่นุ่มๆ ซับหน้าเบาๆ หลังล้างหน้า

SEE ALSO  แพ้เครื่องสำอาง รับมืออย่างไรดี? | Drzen

7. ขัดผิวทุกสัปดาห์

การขัดผิวคือการขจัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ถูผิวหรือใช้สารช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดร่วง แต่ระวังอย่าขัดแรงเกินไป เนื่องจากลูกขัดสามารถตัดพื้นผิวและทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ เมื่อพูดถึงสารขัดผิว คุณต้องเลือกประเภทที่มีความเข้มข้นที่เหมาะสม เพราะความเข้มข้นที่มากเกินไปจะทำให้ผิวหนังบาง ระคายเคือง และแพ้ง่าย ควรขัดผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่สำหรับผิวแห้งและแพ้ง่าย คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการสร้างเซลล์ใหม่อย่างปลอดภัย

8. อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป

ถึงหน้าจะอ้วนก็กวนใจใครหลายคนโดยเฉพาะอากาศเมืองไทยที่ทำให้มันเยิ้มบางคนล้างหน้าวันละหลายครั้งโดยหวังจะลดไขมันใบหน้า แต่การล้างหน้าเกินความจำเป็นอาจทำให้ผิวแห้งและส่งเสริมผิวมัน ดังนั้นคุณควรเปลี่ยนจากการล้างหน้าเป็นการใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่เช็ดแทน

9. ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า

โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประเภทหนึ่งที่ใช้ปรับสมดุลและรักษาความชุ่มชื้นหลังการทำความสะอาด โทนเนอร์บางชนิดอาจมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก หรือบางชนิดอาจมีสารบำรุงและปลอบประโลมผิว

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังหรือโรคผิวหนัง เช่น สิว โรคผิวหนัง แผลพุพอง ฯลฯ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับวิธีการทำความสะอาดที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับปัญหาผิวที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

เพียงทำตามวิธีการเหล่านี้ก็สามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณสะอาดขึ้นและทำให้ดูมีสุขภาพดีขึ้นได้ คุณควรดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่น เช่น การกินเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการทำกิจกรรมที่ลดความเครียดเป็นประจำ เพราะร่างกายที่สมดุลเป็นพื้นฐานของสุขภาพผิวที่ดี

#เคลดลบการลางหนาทถกตอง #สเตปแรกเพอผวหนาสขภาพด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น