ผู้ป่วยโรคเบาหวานคือกลุ่มคนที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับอาหารของตน การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค การเลือกอาหารสำหรับคนเป็นเบาหวานอาจไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องรู้พื้นฐานเพื่อเลือกสิ่งที่ถูกต้อง

นอกจากอาการของโรคเบาหวานจากนั้นภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ก็อันตรายไม่แพ้กัน ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงต้องควบคุมปริมาณสารอาหารที่ได้รับอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ ฉันได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อช่วยให้การรับประทานอาหารสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

อาหารสำหรับคนเป็นเบาหวาน

อาหารผู้ป่วยเบาหวาน เลือกอย่างไร?

หลายคนอาจคิดว่าโรคเบาหวานเป็นเรื่องของการควบคุมน้ำตาล แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยโรคเบาหวานยังต้องควบคุมสารอาหารอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยวิธีการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานสามารถทำได้ดังนี้

1. อ่านฉลากโภชนาการของอาหารและผลิตภัณฑ์เสมอ

การอ่านฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนง่ายๆ ในการทำให้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานง่ายขึ้น สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือปริมาณคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งและน้ำตาลในอาหารนี้ ปริมาณที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แพทย์จะช่วยคุณแนะนำปริมาณสารอาหารที่ปลอดภัย นอกจากคาร์โบไฮเดรต สารอาหารหรือสารเติมแต่งอื่น ๆ ควรสังเกตว่าระดับไม่สูงเกินไป เช่น ปริมาณโซเดียม ไขมัน และพลังงาน เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิดมากกว่าคนทั่วไป

SEE ALSO  แผลเย็บที่โดนหมากัด ติดเชื้อ!!! ไม่หายสักที ทำยังไงดี? | ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับแผลหมากัด

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องอ่านบนฉลากคือขนาดที่ให้บริการ ซึ่งกำหนดสารอาหารในฉลากโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ขนาดที่ให้บริการจะช่วยให้คุณสามารถกระจายการบริโภคของคุณได้อย่างเหมาะสม คุณควรพิจารณาสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ

2. ทำความเข้าใจกับอาหารปราศจากน้ำตาล

ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลต่ำและปราศจากน้ำตาลเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน อย่างไรก็ตาม บางยี่ห้ออาจกล่าวถึงน้ำตาลในชื่อหรือในสารอื่น เช่นแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตแทน ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (สารให้ความหวาน) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์เหล่านี้อ้างว่าปราศจากแคลอรี่ แต่แท้จริงแล้วสารเหล่านี้สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ จะได้รับในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น หลายคนอาจเข้าใจผิดหรือสับสนในอาหารที่มีน้ำตาลต่ำหรือไม่มีน้ำตาล ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรตรวจสอบรูปแบบหรือชนิดของน้ำตาล เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและพลังงานในปริมาณที่เหมาะสม

3. รู้จักอาหารที่มีค่า GI ต่ำ

GI ย่อมาจากดัชนีน้ำตาลหรือดัชนีน้ำตาล นี่เป็นค่าประมาณว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเพียงใดหลังอาหารแต่ละมื้อ แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ สูง กลาง และต่ำ โดยอาหารแต่ละชนิดมีค่า GI ต่างกัน หากผู้ป่วยโรคเบาหวานกำลังควบคุมอาหาร ควรเป็นอาหารที่มีค่า GI ต่ำเพื่อช่วยให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ สูงขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถช่วยป้องกันน้ำตาลในเลือดสูงจนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่อันตรายต่อผู้ป่วยโรคนี้

เช่น อาหาร GI ต่ำ เช่น แอปเปิ้ล มันเทศต้ม ถั่วลิสง น้ำมะกอก ข้าวกล้อง สตรอว์เบอร์รี ชมพู่ แก้วมังกร มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก นม โยเกิร์ต นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลือง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ค่า GI ของอาหารอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา ขั้นตอนในการปรับปรุงรวมถึงระดับความสุกของผักและผลไม้ เพื่อความปลอดภัย คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกรับประทานอาหารตามดัชนีน้ำตาล

SEE ALSO  ED001001 การพูดโน้มน้าวใจ | เนื้อหาโน้มน้าว ใจ เรื่อง การ ออก กํา ลังกา ยที่สมบูรณ์ที่สุด

4. เลือกไขมันดี

แม้ว่าหลายคนที่เป็นเบาหวานมักจะอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน แต่ร่างกายยังต้องการไขมันเพื่อสร้างพลังงาน แต่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันดี แท้จริงแล้วไขมันที่ดีคือกรดไขมันที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนได้

ไขมันดีหรือไขมันอิ่มตัวสามารถหาได้จากปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน หอย อะโวคาโด น้ำมันดอกทานตะวันและน้ำมันมะกอกจากถั่วบางชนิด ในทางกลับกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงไขมันที่เป็นอันตราย เช่นเดียวกับไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นไขมันจากสัตว์ เช่น เนื้อไม่ติดมัน เนื้อไม่ติดมัน นม ผลิตภัณฑ์จากนมอาหารทอด ของว่างและขนมอบนอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์และอาหารบางชนิดอ้างว่าปราศจากไขมัน แต่ในความเป็นจริง อาจมีไขมันเพียงเล็กน้อยเป็นส่วนประกอบ และบางยี่ห้ออาจมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบ

5. เลือกอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์

ไฟเบอร์อย่างไรก็ตาม ใยอาหารไม่เพียงแต่ดีต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพลำไส้เท่านั้น แต่ยังเป็นสารอาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับอย่างถูกต้องและสม่ำเสมออีกด้วย เพราะไฟเบอร์มีคุณสมบัติช่วยลดระดับไขมันในร่างกาย จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับไขมันในเลือดสูง

SEE ALSO  หมอนรองกระดูกเสื่อม ปวดแบบนี้ ไม่ต้องผ่าตัด/ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษา ไม่ผ่าตัด/หมอซัน drsun | เนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก คือที่แม่นยำที่สุด

แหล่งไฟเบอร์ที่หาได้ง่ายที่สุดคือผักและผลไม้ ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่นวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผักและผลไม้ที่มีรากบางชนิดมีคาร์โบไฮเดรตสูง คนเป็นเบาหวานควรทานอาหารให้เพียงพอ

6. กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

คาร์โบไฮเดรตประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล จัดเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple Carbohydrate) และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carbohydrate)

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพราะคาร์โบไฮเดรตชนิดนี้จะถูกย่อยช้า ช่วยอิ่มท้องได้นานกว่าไฟเบอร์โมโน ยังช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลอย่างเหมาะสมหลังรับประทานอาหาร ตัวอย่างของอาหารคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวกล้อง มันฝรั่ง ถั่วดำ และเมล็ดพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี

7. หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป

อาหารพร้อมรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก แฮม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารที่ไม่เหมาะกับคนเป็นเบาหวาน เพราะมักจะมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง แต่อาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานคืออาหารปรุงสดใหม่ มีรสชาติที่ไม่เข้มจนเกินไป ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับสภาวะของโรค เพื่อหลีกเลี่ยงอาการและภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

อย่างไรก็ตาม การเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานอาหารได้หลากหลายมากขึ้น แต่เพื่อความปลอดภัย ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก

นอกจากการเลือกอาหารที่เหมาะสมแล้ว แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ผู้ที่เป็นเบาหวานออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนักและเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีสุขภาพดีขึ้น

#เคลดลบเลอกอาหารสาหรบคนเปนเบาหวาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น