เด็กน้อยฉี่รดที่นอนนี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงอายุน้อยกว่า 6 ปี ซึ่งปกติแล้วปัญหา enuresis ในเวลากลางคืนมักจะหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้นโดยไม่มีผลกระทบร้ายแรง ปัญหาการปัสสาวะรดที่นอนอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุณ เช่น รู้สึกเขินอาย รู้สึกผิด หรือขาดความมั่นใจในตนเอง

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่ การรดที่นอนจะหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ในบางกรณี รดที่นอนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม ในบทความนี้ มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาเด็กน้อยฉี่รดที่นอน เพื่อให้พ่อแม่หรือญาติเข้าใจและรับมือได้อย่างถูกต้อง

วิธีเผชิญหน้าอย่างถูกต้องเมื่อลูกฉี่รดที่นอน

สาเหตุที่ลูกฉี่รดที่นอน

ปัจจุบันแพทย์ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเด็กน้อยฉี่รดที่นอน แต่เป็นไปได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยบางอย่างเช่น

  • พันธุศาสตร์ เด็กส่วนใหญ่ที่พ่อแม่เคยฉี่รดที่นอนมักจะเปียกเตียงมากกว่า
  • กระเพาะปัสสาวะยังไม่พัฒนาเต็มที่หรือโตช้าผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้การเก็บปัสสาวะลดลง
  • ฮอร์โมนบางชนิดในร่างกายไม่สมดุล ในช่วงวัยเด็ก ร่างกายยังสามารถผลิตฮอร์โมนขับปัสสาวะได้ (ฮอร์โมนขับปัสสาวะ) หรือฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายผลิตปัสสาวะน้อยลงในเวลากลางคืนไม่เพียงพอ
  • ระบบประสาทและสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตื่นกลางดึกเมื่อปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะ
  • โรคหรือเงื่อนไขบางอย่างเช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เบาหวาน ท้องผูกเรื้อรัง หรือโรคสมาธิสั้น
  • ปัจจัยอื่นๆ เช่น การนอนหลับลึก ความเครียด หรือความผิดปกติทางระบบประสาทและทางเดินปัสสาวะ
SEE ALSO  คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา | สรุปเนื้อหาพยาบาล ม.บูรพาล่าสุด

วิธีรับมือเมื่อลูกของคุณฉี่รดที่นอน

ในขั้นต้นผู้ปกครองหรือญาติสามารถดูแลเด็กที่มีปัญหาได้เด็กน้อยฉี่รดที่นอนดังนี้

  • เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าเด็กจะมีปัญหากับการรดที่นอนก็ไม่ควรจำกัดปริมาณของเหลว แต่ผู้ปกครองจำเป็นต้องปรับช่วงการดื่มน้ำของลูก โดยดื่มมากขึ้นในตอนเช้าและตอนบ่ายเพื่อลดความกระหายในตอนเย็นและใกล้เวลานอน หากเด็กทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในตอนเย็น เด็กควรได้รับการสนับสนุนให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยไม่จำกัดปริมาณน้ำที่คุณดื่ม
  • คาเฟอีนสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เด็กเปียกในเวลากลางคืนได้ ผู้ปกครองควรส่งเสริมให้เด็กหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • แนะนำให้เด็กปัสสาวะบ่อยระหว่างวันหรือทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และก่อนเข้านอน
  • จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายสำหรับเด็กในการลุกไปเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน เช่น เปิดไฟห้องน้ำทิ้งไว้หากเด็กกลัวความมืด หรือคุณอาจลองถามเด็กว่าเขามีปัญหาอะไรไหมที่ทำให้เขาไม่สามารถลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนได้
SEE ALSO  โรงพยาบาลเปิดคลิปให้ดู ปมญาติอ้างพ่อถูกชก | สังเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องรพ สามพรานที่ถูกต้องที่สุด

นอกจากนี้ ปัสสาวะบนกางเกงในหรือกางเกงในอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือมีผื่นขึ้นในเด็ก พ่อแม่จึงควรช่วยลูกล้างบั้นท้ายและอวัยวะเพศเสมอ

ปัญหาการรดที่นอนแบบใดที่เด็กควรไปพบแพทย์

โดยเฉพาะปัญหาเด็กน้อยฉี่รดที่นอนมักจะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจมีบางครั้งที่เด็กที่ปัสสาวะรดที่นอนควรไปพบแพทย์ แท้จริงแล้ว อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่าง เช่น

  • เด็กๆ อายุ 7 ขวบกว่าแล้วและยังฉี่รดที่นอนอยู่
  • ปัสสาวะรดที่นอนเป็นประจำหลังจากหยุดพักไปมากกว่า 6 เดือน
  • ลูกมีอาการปัสสาวะ ระหว่างวัน
  • ปัสสาวะเพิ่มขึ้น
  • นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติอื่นๆ เช่น ความอยากอาหารสูงผิดปกติหรือกระหายน้ำ ปัสสาวะสีแดง มีคราบเลือดบนชุดชั้นใน ปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ มีไข้สูง ท้องผูก กรน ปวดหรือแสบร้อนเมื่อปัสสาวะบวมที่เท้าหรือข้อเท้า หรือมีผื่นขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ
SEE ALSO  โรคหัวใจ ตรวจได้ด้วยวิธีใดบ้าง? (โรค หัวใจ, หมอหัวใจ, ศูนย์โรคหัวใจ) I ศูนย์หัวใจวิชัยเวช 24 ชั่วโมง | ข้อมูลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง ราคาเท่าไหร่ที่ละเอียดที่สุดทั้งหมด

เป็นเพราะปัญหาเด็กน้อยฉี่รดที่นอนเป็นอาการที่ลูกควบคุมไม่ได้ พ่อแม่หรือคนใกล้ชิดต้องเข้าใจและหลีกเลี่ยงการดุเด็ก พวกเขาสามารถขอให้เด็กช่วยทำความสะอาดและเปลี่ยนที่นอนที่เปื้อนปัสสาวะ หรือชมเชยเมื่อเด็กควบคุมการรดที่นอนได้ เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกแย่หรือโทษตัวเองจนทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง

#เมอลกฉรดทนอน #พอแมรบมออยางไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น