เมล็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นแหล่งโปรตีนและไขมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งหลายคนเชื่อว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิดได้ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ผู้คนมักชอบรับประทานเป็นของว่างหรือใช้เป็นส่วนผสมในอาหารต่างๆ เมนูและของหวาน

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นมิตรต่อร่างกาย เช่น วิตามินเค วิตามินอี วิตามินบี 6 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเชื่อกันว่าเมล็ดของต้นนี้อาจมีสรรพคุณทางยาและส่วนอื่นๆ ของต้นมะม่วงหิมพานต์ก็สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานทางการแพทย์ที่พิสูจน์คุณสมบัติของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในแง่ของประโยชน์ต่อสุขภาพต่างๆ ดังนี้

ลดความเสี่ยงโรคอ้วน

ภาวะไขมันในช่องท้องหรือกลุ่มอาการเมตาบอลิซึมเป็นกลุ่มของความผิดปกติที่เกิดขึ้นร่วมกับหลายสภาวะ รวมถึงไขมันหน้าท้องที่สูงกว่าปกติ ไขมันในเลือดผิดปกติ การเผาผลาญน้ำตาลผิดปกติและความดันโลหิตสูง เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เชื่อว่าช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือด ลดไขมันในเลือดและมีผลดีต่อการควบคุมน้ำตาล จึงมีการศึกษาวิจัยเพื่อศึกษาประสิทธิผลของการบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ต่อการลดไขมันในอาสาสมัครชายและหญิงที่มีระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีค่อนข้างสูงเป็นเวลา 28 วัน พบว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์ช่วยลดคอเลสเตอรอลรวมและระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี อย่างไรก็ตาม การวิจัยเบื้องต้นบางชิ้นพบว่าการรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์จืดเป็นเวลา 8 สัปดาห์ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในตัวชี้วัดอื่นๆ ที่ใช้ในการประเมินโรคอ้วนเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่กินเม็ดมะม่วงหิมพานต์หรือเมล็ดพืช

แม้ว่าข้อมูลข้างต้นจะแสดงให้เห็นว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงบางประการที่นำไปสู่โรคอ้วนได้ แต่การศึกษามักเป็นการทดลองเล็กๆ และการศึกษาบางเรื่องมีผลที่ขัดแย้งกัน ดังนั้นจึงควรทำการศึกษาเพิ่มเติม วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคไขมันหน้าท้องควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักและควบคุมปริมาณอาหาร

SEE ALSO  ขมิ้นกับปูน!! รักษาฝีดาษไก่ ผลเป็นแบบนี้เลย... | ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับริมฝีปากเป็นตุ่มที่ถูกต้องที่สุด

ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจเป็นภาวะผิดปกติที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ อาจทำให้เจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ การดูแลสุขภาพหัวใจของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญ เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นอาหารที่ดีอีกชนิดหนึ่งในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากมีสารอาหารที่สำคัญหลายอย่าง เช่น ไขมันดี ใยอาหาร โปรตีน ตลอดจนกรดอะมิโน เช่น อาร์จินีน สารเหล่านี้จึงสามารถช่วยให้ผนังหลอดเลือดขยายตัวได้ และลดการสะสมของไขมันเลวที่อุดตันหลอดเลือดหัวใจ

มีการศึกษาขนาดใหญ่เกี่ยวกับผลของการกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์และถั่วหลายชนิดต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ การทดลองนี้ดำเนินการในอาสาสมัครชายและหญิงที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลการวิจัยพบว่า การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ประมาณ 84 กรัม และถั่วต่างๆ ต่อสัปดาห์ สามารถลดความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคอ้วน และโรคเบาหวานได้อย่างมาก แต่ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติการณ์ของภาวะไขมันในเลือดสูงหรือน้ำตาลในเลือดสูง ในขณะเดียวกัน การศึกษาขนาดใหญ่อีกชิ้นหนึ่งพบว่าการบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์และถั่วอื่นๆ อย่างน้อย 60 กรัมต่อวันช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้ ไขมันไม่ดีและไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม การศึกษาได้ศึกษาผลของการกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์และถั่วชนิดอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้โดยตรง จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม และผู้บริโภคควรรับประทานแต่ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีแคลอรีสูง หากบริโภคในปริมาณมากก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน

SEE ALSO  ตกขาว คัน มีกลิ่น ทำไงดี? | บรรเทาอาการ ดีขึ้นใน 3 วัน เห็นผล 100%| อาการ รักษา ต้นเหตุ หายขาด:CHO❤︎ | เนื้อหาคันอวัยเพศหญิง ภายนอก เกิดจากล่าสุด

การรักษา

หลังได้รับบาดเจ็บ มักมีการอักเสบ บวม และแดง ซึ่งอาจลุกลามไปจนถึงอาการเจ็บและสมานได้ช้า เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบรรเทาอาการอักเสบหรือช่วยให้แผลสมานและหายเร็วขึ้น

จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่าสารสกัดจากเปลือกมะม่วงหิมพานต์ที่คนมักใช้รักษาโรคผิวหนัง เท้าแตกและการบาดเจ็บจากมะเร็ง มีผลยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียบางชนิด เพราะมีสารฟีนอล (Phenol) ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและมีผลดีต่อการสมานแผลให้เร็วขึ้น เช่น กรดอะนาคาร์ดิก คาร์ดอล methylca.cardol (เมทิลคาร์ดอล) เป็นต้น

แม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นแนวทางในการผลิตยาฝาดจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในอนาคต แต่จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมอีกมากเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่นำมาปรับใช้กับคน ผู้ที่มีบาดแผลควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร จนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ในการรักษาบาดแผลแต่อย่างใด

การบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างปลอดภัย

โดยทั่วไป การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นอาหารหรืออาหารว่างค่อนข้างปลอดภัยต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ไม่แนะนำให้ใช้เป็นหลักในการบริโภคหรือเพื่อการรักษาโรค เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิผลของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

แม้ว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะมีสารอาหารมากมาย แต่ก็ยังมีไขมันและพลังงานมากมาย การบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์จึงควรคำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญ ต้องบริโภคในปริมาณที่ดี และควรระมัดระวังเมื่อบริโภควัตถุเจือปนในแต่ละผลิตภัณฑ์ เช่น เกลือ เนย หรือน้ำตาล นอกจากนี้ การสัมผัสกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ไม่ผ่านการให้ความร้อนหรือปรุงสุกอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานอาหารเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาหารเสริมหรือสารใดๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

SEE ALSO  ปวดหัว ปวดกราม นอนกัดฟัน เกิดจากอะไร | สรุปข้อมูลโดยละเอียดที่สุดเกี่ยวกับปวดกราม

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยเฉพาะคนในกลุ่มต่อไปนี้

  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร สามารถรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่ควรบริโภคในปริมาณมากเพื่อการรักษาโรค เพราะมีข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่แพ้ถั่วหรือเพคติน คนที่แพ้เพคติน ซึ่งเป็นสารที่พบในพืช รวมทั้งถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด เช่น ถั่วพิสตาชิโอ อัลมอนด์ เฮเซลนัท ถั่วลิสง ฯลฯ ก็สามารถแพ้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ที่มีประวัติอาการแพ้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสมอ
  • เบาหวาน เม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่กินเม็ดมะม่วงหิมพานต์ควรตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ และแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนบริโภคทุกครั้ง อันที่จริง ผู้ป่วยอาจต้องปรับสูตรยา
  • ที่เข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นผู้ที่กำลังผ่าตัดควรหยุดกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันผ่าตัด

#เมดมะมวงหมพานต #ของวางเปยมคณคาทางโภชนาการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น