เนื้อหาของบทความนี้จะเกี่ยวกับเลือดไหลไม่หยุด หากคุณกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับเลือดไหลไม่หยุดมาวิเคราะห์กับDr Zenในหัวข้อเลือดไหลไม่หยุดในโพสต์7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรปนี้.

ภาพรวมของข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเลือดไหลไม่หยุดใน7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรปล่าสุด

ดูตอนนี้วิดีโอด้านล่าง

SEE ALSO  ลงลิ้นส่องวิญญาณหาเลขเด็ดผีทะเล | คุยข่าวเย็นช่อง 8 | 30 ส.ค. 64 | ถูกต้องมากที่สุดลิ้นขาวข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ที่เว็บไซต์DrZenคุณสามารถอัปเดตความรู้ของคุณนอกเหนือจากเลือดไหลไม่หยุดเพื่อรับความรู้เพิ่มคุณค่าให้กับคุณ ที่เพจdrzen.net เราอัพเดทข่าวใหม่และแม่นยำทุกวันสำหรับคุณ, เราหวังว่าจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดแก่คุณ ช่วยให้คุณอัปเดตข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างแม่นยำที่สุด.

แชร์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเลือดไหลไม่หยุด

โลกเริ่มรู้จักโรคฮีโมฟีเลียหรือโรคเลือดออก อย่างกว้างขวางจากความเจ็บป่วยในราชวงศ์ในสหราชอาณาจักร โรคนี้ยังเป็นกรรมพันธุ์อีกด้วย แก่ราชวงศ์ยุโรปในหลายประเทศรวมถึงราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซีย ถือเป็นประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ และการแพทย์ AbdulThaiTube ชวนคุณมาทำความเข้าใจ 7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคฮีโมฟีเลีย เลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรป #ฮีโมฟีเลีย #ฮีโมฟีเลีย #โรคทางพันธุกรรม ✪ กดติดตามช่อง .

SEE ALSO  ชั่วโมงสร้างสุข | Check List เช็คโรค : สาเหตุปัสสาวะขุ่น | 12-02-61 | Ch3Thailand | สังเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องปัสสาวะขุ่นที่ถูกต้องที่สุด

ภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องบางส่วนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเลือดไหลไม่หยุด

7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรป
7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรป

นอกจากการดูเนื้อหาของบทความนี้แล้ว 7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรป สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง

ดูเพิ่มเติมที่นี่

แท็กที่เกี่ยวข้องกับเลือดไหลไม่หยุด

#เรองนาร #ฮโมฟเลย #โรคเลอดไหลไมหยดในราชวงศยโรป.

ฮีโมฟีเลีย,โรคเลือดไหลไม่หยุด,เชื้อพระวงศ์,สหราชอาณาจักร,พันธุกรรม,ราชวงศ์โรมานอฟ,รัสเซีย,การแพทย์,ควีนวิกตอเรีย,สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย,พาหะ,ราชวงศ์แฮนโนเวอร์,Hanover,เจ้าชายอัลเบิร์ต,Leopold,Charles Edward,เจ้าชายฟรีดดริช,Friedrich,ราชวงศ์สเปน,Vitoria Eugenie,เจ้าชายกอนซาโล,Gonzalo.

7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรป.

SEE ALSO  สรรพคุณทางยาจากน้ำมะนาว (14 ธ.ค. 61) | อัปเดตใหม่ประโยชน์ของมะนาวเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เลือดไหลไม่หยุด.

เราหวังว่าการแบ่งปันบางส่วนที่เรามอบให้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ขอบคุณมากสำหรับการดูเนื้อหาเลือดไหลไม่หยุดของเรา

13 thoughts on “7 เรื่องน่ารู้ ฮีโมฟีเลีย โรคเลือดไหลไม่หยุดในราชวงศ์ยุโรป | ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากที่สุดทั้งหมดเกี่ยวกับเลือดไหลไม่หยุด

  1. คนดีที่ไม่ได้เก่ง คนเก่งที่ไม่ดี says:

    แล้วรัสปูติน ใช้วิธีอะไรในการรักษาเจ้าชายในราขวงค์โรมานอฟ

  2. Moo mam P says:

    หลานชายเป็นค่ะ ฮีโมฟีเลีย A ต้องเติม factor 8 ตลอดเลย กระแทกอะไรช้ำมาก ยิ่งถ้าเป็นที่หัวนี่ ต้องเข้าไปโรงบาลด่วนเลย 😷

  3. Yutthasak Herman says:

    รูปพระธิดา​องค์​สุดท้าย​มี​หน้า​คนอยู่​หลัง​ภาพมันเป็นรูปถ่าย​หรือ​รูป​วาด​เห็น​แล้ว​ขนลุก​ว่า​มั้ยอับดุล

  4. รัตนาภรณ์ คงประดิษฐ์ says:

    ยีนส์กรรมพันธุ์โรคนี้คล้ายๆยีนส์หัวล้านในผู้หญิงจะไม่แสดงอาการแต่จะเป็นพาหะแทน

  5. Phirawat Saensukcharoenkarn says:

    ผศ.นพ.ธีระ ฤชุตระกูล
     ภาควิชาอายุรศาสตร์
    Faculty of Medicine Siriraj Hospital
    คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

                     เดิมเข้าใจว่า “ฮีโมฟีเลีย” เป็นโรคที่เกิดขึ้นแต่เฉพาะในราชวงศ์อังกฤษ แท้จริงแล้วโรคนี้เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก

                  โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือ “โรคเลือดออกง่ายหยุดยาก” เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อย สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกหลานได้ พบผู้ป่วยที่เป็นเพศชายเท่านั้น ส่วนผู้หญิงจะเป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการ แต่สามารถถ่ายทอดยีนผิดปกติไปสู่ลูกหลานได้

                  ปกติกลไกการห้ามเลือดอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างการหดตัวของหลอดเลือด การเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด และการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของโปรตีนหลายชนิด เรียกโปรตีนเหล่านี้ว่า แฟคเตอร์ (coagulation factors) เมื่อเกิดบาดแผลจะมีเลือดไหลออกมาและโปรตีนเหล่านี้จะช่วยทำให้เลือดแข็งตัว และหยุดไหล แต่ถ้าขาดแฟคเตอร์ตัวหนึ่งตัวใดไป เช่น แฟคเตอร์ 8  เรียกว่า โรคฮีโมฟีเลีย เอ (Hemophilia A)หรือขาดแฟคเตอร์ 9  เรียกว่า โรคฮีโมฟีเลีย บี (Hemophilia B) ก็จะทำให้เลือดไหลไม่หยุด

                  ทั่วโลกมีอุบัติการณ์ใกล้เคียงกัน โดยพบผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย เอ บ่อยกว่าโรคฮีโมฟีเลีย บี ถึง 4 เท่า สำหรับผู้ป่วยฮีโมฟิเลีย เอ พบ 1 คน ต่อประชากร 20,000 คน  จึงคาดว่าจะมีผู้ป่วยในประเทศไทยประมาณ 2,000 – 3,000 คน  แต่ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการลงทะเบียนรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพียง 1,200  คนเท่านั้น

                  อาการมีความแตกต่างกันมาก สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก จะเริ่มแสดงอาการเมื่อผู้ป่วยเริ่มหัดเดิน หัดคลาน และหกล้ม ทำให้มีพรายย้ำจ้ำเขียวตามแขนขาและลำตัว นอกจากนี้ยังอาจจะมีเลือดออกในข้อ โดยมากมักเป็นกับข้อที่ต้องรับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อศอก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดรุนแรงในข้ออย่างเฉียบพลันและมีข้อบวมแดงร้อนในเวลาต่อมา ไม่สามารถขยับข้อได้ และต้องนอนนิ่งๆ ในท่างอเพื่อทุเลาอาการปวด นอกจากนี้ยังอาจจะมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ปัสสาวะเป็นเลือด รวมถึงเลือดออกในสมอง  ขณะที่ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคน้อย มักจะไม่มีอาการเลือดออกจนกระทั่งได้รับอุบัติเหตุหรือเข้ารับการผ่าตัดหรือถอนฟัน และพบว่าเลือดไหลไม่หยุด

                 แม้โรคนี้จะไม่สามารถรักษาหายขาดได้ แต่ประเทศไทยเราได้เริ่มนำการรักษาแบบ “Home Therapy” มาใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา โดยใช้แฟคเตอร์ 8 และ 9 เข้มข้น ที่สกัดจากพลาสมาและนำไปทำให้แห้งเป็นผง สามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นที่บ้านได้ และทันทีที่มีเลือดออกผู้ป่วยสามารถนำแฟคเตอร์เข้มข้นมาผสมน้ำกลั่น แล้วฉีดเข้าหลอดเลือด ก็จะทำให้เลือดแข็งตัวได้ตามปกติและหายเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและรอพบแพทย์เพื่อสั่งการรักษา 

                 เป็นที่น่ายินดีที่ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีอายุยืนยาวเช่นคนปกติทั่วไปด้วยการรักษาดังกล่าว หากแต่ผู้ป่วยยังต้องดูแลตัวเองอย่างดี เช่น  หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกหรืออุบัติเหตุต่างๆ  หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินซึ่งอาจทำให้เลือดออกได้ง่าย และที่สำคัญควรพกพาสิ่งแสดงว่าตัวเองเป็นโรคฮีโมฟีเลียชนิดใดรวมทั้งชนิดของหมู่เลือด  เพื่อที่คนใกล้ตัวจะได้ให้ความช่วยเหลือได้ถูกต้องและทันท่วงทีครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น